ทัศนียภาพฤดูใบไม้ร่วงอันงดงามแห่งเมืองโทโยตะ ณ หุบเขาโครันเค และซากุระแห่งโอบาระที่บานปีละสองครั้ง | 【เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ】"Tourism Toyota" เว็บไซต์ท่องเที่ยวของเมืองโทโยตะ จังหวัดไอจิ

เว็บไซต์นี้ใช้งานคุกกี้เพื่อติดตามการเข้าชมและปรับปรุงความสะดวกในการเข้าชมเว็บไซต์ เมื่อคุณใช้งานเว็บไซต์ของเรา ถือว่าคุณได้ยินยอมให้เราใช้คุกกี้

ยอมรับ

Halfway Between Tokyo and Kyoto

  • LANGUAGE
    1. HOME >
    2. ข่าว >
    3. คอลัมน์ >
    4. ทัศนียภาพฤดูใบไม้ร่วงอันงดงามแห่งเมืองโทโยตะ ณ หุบเขาโครันเค และซากุระแห่งโอบาระที่บานปีละสองครั้ง

    ทัศนียภาพฤดูใบไม้ร่วงอันงดงามแห่งเมืองโทโยตะ ณ หุบเขาโครันเค และซากุระแห่งโอบาระที่บานปีละสองครั้ง

    • ทัศนียภาพฤดูใบไม้ร่วงอันงดงามแห่งเมืองโทโยตะ ณ หุบเขาโครันเค และซากุระแห่งโอบาระที่บานปีละสองครั้ง

    แม้ว่าเมืองโทโยตะในจังหวัดไอจิจะมีชื่อเสียงจากอุตสาหกรรมรถยนต์ แต่เมืองนี้ก็ยังมีแรงขับเคลื่อนในด้านอื่นๆ ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่แปรเปลี่ยนด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมากหรือโลกยุคใหม่ และแม้ว่าโตโยต้าจะเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่สำหรับเมืองโทโยตะแห่งนี้นั้นยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการหลบมาพักกายพักใจพร้อมสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ที่มีให้ดูให้ทำมากมาย

    ดื่มด่ำความงดงามของหุบเขาโครันเค ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสามจุดชมทัศนียภาพฤดูใบไม้ร่วงที่สวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ด้วยสีสันแห่งธรรมชาติประจำฤดูกาลอันน่าตื่นตา หรือเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันน่าทึ่งของปราสาทอาสึเกะและเมืองรอบปราสาทอันเก่าแก่ พร้อมเพลิดเพลินกับประสบการณ์รูปแบบต่างๆ ที่หมู่บ้านโบราณซันชู อาสึเกะ ยาชิกิ มาชมซากุระแห่งโอบาระซึ่งมีความพิเศษตรงที่จะบานปีละสองครั้ง และสัมผัสงานศิลปะจากวาชิหรือกระดาษสาญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 600 ปี และยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

    ทัศนียภาพฤดูใบไม้ร่วงอันงดงามแห่งเมืองโทโยตะ ณ หุบเขาโครันเค และซากุระแห่งโอบาระที่บานปีละสองครั้ง

    ดื่มด่ำความงดงามอลังการของหุบเขาโครันเคได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

    หุบเขาโครันเคอันงดงาม ซึ่งโอบล้อมด้วยแนวผาขรุขระเหนือธารน้ำใสราวผลึกแก้วแห่งแม่น้ำโทโมเอะกาวะนั้น ถือเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอันเลื่องชื่อของญี่ปุ่น สถานที่ในจังหวัดไอจิซึ่งมีอากาศเย็นสบายในฤดูร้อนแห่งนี้ จะยิ่งเปิดเผยสีสันที่งดงามเป็นพิเศษในฤดูใบไม้ร่วง ด้วยมวลไม้ 11 สายพันธุ์เป็นจำนวนกว่า 4,000 ต้นที่จะพร้อมใจกันเนรมิตสีสันแห่งธรรมชาติอันงดงามเลื่องชื่อระดับประเทศ ซึ่งจะมีการเปิดแสงไฟเพื่อให้สามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพยามราตรีได้เช่นเดียวกัน โดยจุดที่สามารถชมทัศนียภาพของทั้งหุบเขาได้อย่างงดงามเป็นพิเศษทั้งกลางวันและกลางคืนนั้นได้แก่ที่บริเวณสะพานโทโมเอะบาชิ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากป้ายรถบัสโครันเคและสำนักงานเมืองโทโยตะ สาขาอาสึเกะ โดยจากจุดดังกล่าว อุโมงค์ต้นเมเปิลสูงใหญ่และงดงามราวภาพฝัน จะพาท่านลึกเข้าไปในหุบเขาโครันเคสู่อีกหนึ่งไฮไลต์ของหุบเขาแห่งนี้ นั่นคือสะพานไทเก็ตสึเคียว อันเป็นสัญลักษณ์ของบริเวณแห่งนี้ โดยใกล้ๆ กันนั้นเป็นที่ตั้งของต้นโกะชิกิโมมิจิ ซึ่งเป็นต้นเมเปิลที่มีใบไม้ถึงห้าสีพร้อมกันในต้นเดียว

    ภายในหุบเขาแห่งนี้เป็นที่ตั้งของวัดโคจาคุจิ วัดเซ็นที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1427 โดยมีเรื่องเล่าว่าต้นเมเปิลจำนวนมากภายในหุบเขาโครันเคนั้น ถูกปลูกโดยเจ้าอาวาสองค์ที่ 11 ของวัดแห่งนี้ในปี 1634 ซึ่งหลังจากนั้นท่านยังได้ส่งเสริมให้ผู้มาเยือนได้ร่วมกันปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นในหุบเขาแห่งนี้อีกด้วย

    ทัศนียภาพฤดูใบไม้ร่วงอันงดงามแห่งเมืองโทโยตะ ณ หุบเขาโครันเค และซากุระแห่งโอบาระที่บานปีละสองครั้ง

    ซันชู อาสึเกะ ยาชิกิ มุระ หมู่บ้านชนบทที่โอบล้อมด้วยหุบเขาอันบริสุทธิ์และอยู่ภายใต้การเฝ้าระแวดระวังโดยปราสาทอาสึเกะอันเก่าแก่แห่งนี้ เป็นแหล่งรวมบ้านแบบดั้งเดิมในสมัยเอโดะที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีในสภาพแวดล้อมแบบหมู่บ้านที่ยังคงมีการสืบสานงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิมมาอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการสานตะกร้าไม้ไผ่ การทำกระดาษ การย้อมคราม การทำรองเท้าฟางวาราจิแบบโบราณ และอื่นๆ อีกมากมาย งานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิมที่ชาวบ้านในท้องถิ่นแห่งนี้สร้างสรรค์ขึ้นมา ไม่เพียงแต่จะเหมาะสำหรับมอบเป็นของฝากให้กับครอบครัวและเพื่อนฝูงเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปใช้ในบ้านเรือนสมัยใหม่ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ทดลองสร้างสรรค์งานฝีมือดั้งเดิมแบบต่างๆ ได้ด้วยตนเองตลอดทั้งปี รวมถึงยังมีของอร่อยประจำท้องถิ่นอย่างปลาอายุย่างเตาไฟและของขึ้นชื่ออย่างโกเฮโมจิ โมจิหวานเสียบไม้ย่างราดโชยุและมิโซะ ซึ่งล้วนเป็นรสชาติแบบดั้งเดิมของโทโยตะที่ทุกคนต่างติดใจ!

    ไม่ไกลจากบริเวณหุบเขาเป็นที่ตั้งของปราสาทอาสึเกะ หนึ่งในปราสาทบนยอดเขาที่สร้างขึ้นใหม่ตามโครงสร้างแบบเดิมเพียงไม่กี่แห่งของญี่ปุ่นที่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแห่งยุคเซ็นโกคุ (ยุคสงครามระหว่างแคว้น) ในช่วงศตวรรษที่ 15 ได้อย่างแท้จริง ทั้งหอสังเกตการณ์ของอาสึเกะแบบเรียบง่าย พื้นที่พักอาศัยและครัวขั้นพื้นฐาน โรงม้า และแนวรั้วป้องกัน ล้วนถูกสร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนครั้งอดีตที่ระดับความสูง 307 เมตรบนยอดเขามายูมิ และแม้จะเป็นเพียงปราสาทเล็กๆ แต่ปราสาทอาสึเกะแห่งนี้ก็ผ่านศึกมาแล้วครั้งแล้วครั้งเล่าเนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ขอเชิญมาสำรวจประวัติศาสตร์พร้อมทั้งสัมผัสโครงสร้างและระบบป้องกันของปราสาทซามูไรเล็กๆ อันแข็งแกร่งแห่งนี้ด้วยตัวท่านเอง

    เมืองรอบปราสาทอาสึเกะเคยเป็นจุดแวะพักอันรุ่งเรืองบนเส้นทางการขนส่งเกลือที่สำคัญในอดีต แม้ในทุกวันนี้ก็ยังคงบรรยากาศในยุคซามูไรเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมด้วยบ้านเรือนที่สร้างขึ้นจากผนังไม้สีดำและโกดังผนังสีขาวแบบโบราณ รวมถึงตรอกซอกซอยเล็กๆ ที่ยืนหยัดคู่กาลเวลามายาวนาน เมืองอาสึเกะแห่งนี้จึงยังคงสัมผัสได้ถึงความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีเทศกาลต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงหัวใจแห่งเมืองอาสึเกะได้ในช่วงเวลาต่างๆ ตลอดทั้งปี

    ทัศนียภาพฤดูใบไม้ร่วงอันงดงามแห่งเมืองโทโยตะ ณ หุบเขาโครันเค และซากุระแห่งโอบาระที่บานปีละสองครั้ง

    มนต์เสน่ห์แห่งชิกิซากุระและกระดาษสาวาชิแห่งโอบาระ

    ดอกซากุระบานสะพรั่ง เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถชมดอกซากุระได้เป็นระยะเวลาสั้นๆ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น แต่ที่เขตโอบาระในเมืองโทโยตะแห่งนี้ ท่านสามารถชมซากุระได้ถึงปีละสองครั้ง! ชิกิซากุระเป็นซากุระพันธุ์หายากในเขตโอบาระ ซึ่งจะบานครั้งแรกในฤดูใบไม้ผลิ และอีกครั้งหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วง พร้อมกับมวลแมกไม้ที่พร้อมใจกันเปลี่ยนสีสันอย่างงดงาม โดยในบริเวณภูเขาซะโตะยะมะนั้น มีซากุระพันธุ์นี้อยู่กว่า 10,000 ต้น และที่บริเวณจุดชมวิวอันเลื่องชื่ออย่างเซ็นมิชิกิซากุระโนะซาโตะนั้น ชิกิซากุระกว่า 1,200 ต้นจะพร้อมใจกันผลิดอกสีชมพูอ่อนตัดกับใบเมเปิลและใบไม้ฤดูกาลอื่นๆ ที่เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลืองสดใส เกิดเป็นทัศนียภาพอันน่าประทับใจที่หาชมได้ยากและจะติดตราตรึงใจผู้ได้พบเห็นอย่างไม่รู้ลืม

    ทัศนียภาพฤดูใบไม้ร่วงอันงดงามแห่งเมืองโทโยตะ ณ หุบเขาโครันเค และซากุระแห่งโอบาระที่บานปีละสองครั้ง

    นอกเหนือจากมนต์เสน่ห์ของชิกิซากุระแล้ว เขตโอบาระยังเป็นแหล่งผลิตวาชิหรือกระดาษสาแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นอันเลื่องชื่อมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 14 โดยมีการนำกระดาษเหล่านี้ไปใช้ทำร่ม พัดพับ ประตูบานเลื่อน และผนังกั้นห้องในบ้านแบบญี่ปุ่น สำหรับที่วาชิโนะฟุรุซาโตะหรือพิพิธภัณฑ์กระดาษญี่ปุ่นแห่งโอบาระนั้น ยังคงมีการผลิตกระดาษคุณภาพสูงหลากหลายรูปแบบด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิมซึ่งเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เทคนิคพิเศษอย่างใกล้ชิดจากปรมาจารย์งานฝีมือจากกระดาษที่มุมเวิร์คช็อปเพื่อสร้างสรรค์ผลงานแบบเฉพาะของตัวเองจากกระดาษวาชิอันเลื่องชื่อของโอบาระ หรือจะสามารถเลือกซื้อผลงานจากกระดาษที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยมืออาชีพอย่างสบายๆ ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีแกลลอรี่ของพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงผลงานที่ทำจากกระดาษสาวาชิของโอบาระอีกด้วย

    ไม่ไกลจากแหล่งผลิตกระดาษแบบดั้งเดิมแห่งนี้เป็นที่ตั้งของซากปราสาทโอบาระอิจิบะที่สร้างขึ้นในปี 1502 ก่อนที่จะมีการปรับปรุงโครงสร้างด้วยเทคโนโลยีการสร้างปราสาทแบบใหม่ล่าสุดในยุคนั้นในช่วงกลางทศวรรษ 1580 และถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างอันโดดเด่นของปราสาทโครงสร้างกำแพงหินในยุคแรกๆ ที่เรียกว่าโนสึระสึมิ ซึ่งแม้จะดูหยาบและไม่ประณีต แต่ก็ถือเป็นกำแพงป้อมปราการที่มีความมั่นคงและสร้างได้ง่ายที่สุดรูปแบบหนึ่ง พร้อมกับมีการเสริมความแข็งแรงของปราสาทยิ่งขึ้นด้วยการพัฒนาระบบประตูแบบมาซุกาตะ (หรือกล่องมรณะ) ที่มีประสิทธิภาพเป็นแห่งแรกๆ จนเกิดเป็นการผสมผสานกันอย่างกลมกลืนระหว่างองค์ประกอบของปราสาทบนภูเขาแบบโบราณกับลักษณะของปราสาทแบบสมัยใหม่ที่เริ่มปรากฏขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16

    ทัศนียภาพฤดูใบไม้ร่วงอันงดงามแห่งเมืองโทโยตะ ณ หุบเขาโครันเค และซากุระแห่งโอบาระที่บานปีละสองครั้ง

    แบรนด์ดังระดับโลกกับเบื้องหลังที่น้อยคนจะรู้จัก

    แม้ว่าโตโยต้าจะเป็นแบรนด์ดังระดับโลก แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ซึ้งถึงมนต์เสน่ห์แห่งเมืองชื่อเดียวกันนี้ที่ออกเสียงเป็นภาษาญี่ปุ่นว่าโทโยตะ โดยนอกเหนือจากหุบเขาโครันเคและเขตโอบาระที่มีชิกิซากุระและอุตสาหกรรมกระดาษอันเลื่องชื่อแล้ว เมืองโทโยตะในจังหวัดไอจิแห่งนี้ยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแถบมัตสึไดระโกอันเป็นบ้านเกิดของขุนนางตระกูลมัตสึไดระผู้เป็นบรรพบุรุษของตระกูลโชกุนโทคุกาวะอันยิ่งใหญ่ โดยเป็นที่ตั้งของทั้งศาลเจ้า วัด ซากปราสาท และพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลนี้ สำหรับซาซาโดะ ออนเซ็นซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 600 ปีนั้นก็เป็นแหล่งน้ำร้อนที่มีชื่อเสียงว่าช่วยในการผ่อนคลายและบำบัดรักษาโรค โดยมีดอกท้อโน้มกิ่งพันธุ์คามินากะกว่า 3,000 ต้นที่จะพร้อมใจกันเบ่งบานจนเกิดเป็นทัศนียภาพสีสันสดใสงดงาม และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความทันสมัย ก็สามารถชมความสำเร็จระดับโลกของบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ได้ที่หออนุสรณ์โตโยต้า คุระกะอิเคะ และพิพิธภัณฑ์โตโยต้าไคคัง

    ร่วมมองย้อนกลับไปยังเบื้องหลังความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่ แบบแผนดั้งเดิมของอุตสาหกรรมยานยนต์ เรื่องราวความสำเร็จและเกียรติประวัติอันน่าภาคภูมิใจของเมืองโทโยตะ พร้อมแง่มุมอื่นๆ ของเมืองแห่งนี้ อย่าลืมมาสัมผัสประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง วัฒนธรรมอันลึกซึ้ง รวมถึงธรรมชาติอันบริสุทธิ์และน่าตื่นตาตื่นใจในการเดินทางครั้งต่อไปของท่าน ณ เมืองโทโยตะ ใจกลางเมืองไอจิซึ่งเป็นใจกลางประเทศญี่ปุ่น ให้ที่นี่เป็นศูนย์รวมความสนใจของท่านก่อนที่จะมีคนมากมายมาสัมผัสความมหัศจรรย์ของเมืองแห่งนี้

    ผู้เขียน
    คริส เกลนน์

    ผู้เขียน คริส เกลนน์

    คริส เกลนน์ เป็นนักจัดรายการวิทยุ ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ โปรดิวเซอร์ ผู้บรรยาย พิธีกร ก็อปปี้ไรเตอร์ นักเขียน และคอลัมนิสต์สองภาษา และยังเป็นนักประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นผู้เชี่ยวชาญด้านปราสาทซามูไร การรบ อาวุธ และเครื่องป้องกัน นอกจากนี้ยังเป็นที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น และได้รับเชิญให้เป็นผู้บรรยายและวิทยากรในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นอยู่บ่อยครั้ง เขาเกิดที่เมืองแอดิเลด รัฐเซาท์ออสเตรเลีย ในปี 1968 ก่อนจะย้ายมาใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ คริสอุทิศตนเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ประวัติศาสตร์อันยาวนาน วัฒนธรรมอันลึกซึ้ง ขนบธรรมเนียมประเพณี รวมถึงศิลปะและหัตถกรรมของประเทศญี่ปุ่น

    คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลการเดินทางและเวลาเดินรถบัส
    คอลัมน์: หุบเขาโครันเค VS ชิกิซากุระที่โอบาระ: จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงที่สุดในโทโยตะ!